Mona Clinic https://clinicmona.com/ Aesthetics clinic in Bangkok Mon, 06 Mar 2023 06:46:01 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.2 https://clinicmona.com/wp-content/uploads/2022/05/cropped-Mona-Clinic-Logo-EN-32x32.png Mona Clinic https://clinicmona.com/ 32 32 เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera เจาะลึก Hifu ข้อเสีย หลังทํา hifu ห้ามทําอะไรบ้าง https://clinicmona.com/blog/hifu-vs-ulthera/ Tue, 28 Feb 2023 06:31:17 +0000 https://clinicmona.com/?p=3886 เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera เจาะลึก Hifu ข้อเสีย หลังทํา hifu ห้ามทําอะไรบ้าง ปัจจุบันหัตถการการแก้ไขปัญหาเรื่องความสวยความงามนั้นมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Hifu, ulthera หรือ Thermage ซึ่งเป็นหัตถการที่มีการรักษาคล้ายคลึงกัน จึงทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสับสน และแยกไม่ออกว่าแต่ละการรักษาช่วยเรื่องอะไรบ้าง ในบทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันให้ชัดเจนว่า Hifu คืออะไร? ulthera คืออะไร? เปรียบเทียบ hifu vs ulthera ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง? รวมคำแนะนำหลังจากการทำ Hifu พร้อมแนะนำคลินิกสำหรับการทำ Hifu ศึกษาเพิ่มเติมได้เลยที่นี่ มีประโยชน์แน่นอน! เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of contents Hifu คือ อะไร? Hifu หรือไฮฟู่ …

เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera เจาะลึก Hifu ข้อเสีย หลังทํา hifu ห้ามทําอะไรบ้าง Read More »

The post เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera เจาะลึก Hifu ข้อเสีย หลังทํา hifu ห้ามทําอะไรบ้าง appeared first on Mona Clinic.

]]>

เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera เจาะลึก Hifu ข้อเสีย หลังทํา hifu ห้ามทําอะไรบ้าง

ปัจจุบันหัตถการการแก้ไขปัญหาเรื่องความสวยความงามนั้นมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Hifu, ulthera หรือ Thermage ซึ่งเป็นหัตถการที่มีการรักษาคล้ายคลึงกัน จึงทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสับสน และแยกไม่ออกว่าแต่ละการรักษาช่วยเรื่องอะไรบ้าง ในบทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันให้ชัดเจนว่า Hifu คืออะไร? ulthera คืออะไร? เปรียบเทียบ hifu vs ulthera ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง? รวมคำแนะนำหลังจากการทำ Hifu พร้อมแนะนำคลินิกสำหรับการทำ Hifu ศึกษาเพิ่มเติมได้เลยที่นี่ มีประโยชน์แน่นอน!
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
    Add a header to begin generating the table of contents

    Hifu คือ อะไร?

    Hifu หรือไฮฟู่ คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ High-intensity Focused Ultrasound ที่ให้พลังงานความร้อนประมาณ 65 – 70°C เมื่อยิงไปโดนผิวหนังชั้น SMAS ในบริเวณต่าง ๆ คลื่นความร้อนจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอิลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังในบริเวณนั้นเกิดความยืดหยุ่น ยกกระชับ ดูสุขภาพดี และลดเลือนริ้วรอยได้โดยที่ไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอกเลย โดยเครื่องยิง Hifu ที่เรารู้จักกันจะใช้เป็นเครื่อง Hifu Ultraformer III ที่มีหัวยิงหลายขนาด ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาของสภาพผิวหนังตามระดับความลึกของผิว

    Ulthera คือ อะไร?

    Ulthera หรืออัลเทอร่า คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ High-intensity Focused Ultrasound ที่ให้พลังงานความร้อนประมาณ 65 – 70°C คล้ายกับการทำไฮฟู่ แต่ว่าจะมีขนาดประมาณ 1 mm ค่อนข้างเล็กคล้ายจุดไข่ปลา ยิงเรียงกันบนผิวหนังชั้น SMAS ให้เป็นเส้นตรงเพื่อให้มีผลคล้ายกับการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ผิวเกิดการหดตัว ผิวบริเวณนั้นจึงมีความยกกระชับ เนื้อเยื่อต่าง ๆ จะจับตัวกันแน่นขึ้นในบริเวณจุดที่ยิง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสติน ทำให้ผิวดูยืดหยุ่น ยกกระชับ และดูอ่อนเยาว์ โดยเครื่องยิง Ulthera ที่เรารู้จักกันดี จะเป็นเครื่อง New Ulthera ที่มีหน้าจอสำหรับการดูจุดที่ยิงในชั้นผิวหนังเพื่อความแม่นยำ

    ข้อเสียของ Hifu มีอะไรบ้าง?

    อย่างที่เราทราบกันดีว่า hifu vs ulthera เป็นเทคโนโลยีกระชับผิวที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์แบบเดียวกัน เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินชั้นผิวหนัง SMAS แต่ Hifu ข้อเสียที่คุณควรทราบ คือ

    1. เครื่องสำหรับยิง Hifu ไม่มีหน้าจอแสดงการยิงแบบ Real Time ขณะทำจึงไม่สามารถเห็นชั้นผิวได้อย่างชัดเจน อาจจะมีความแม่นยำน้อยกว่า Ulthera
    2. การทำ Hifu ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา
    3. การทำ Hifu เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุไม่สูงมากนักที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย และริ้วรอยปานกลาง หากมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย และริ้วรอยลึก ใช้หัตถการนี้อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
    4. การทำ Hifu ต้องทำประมาณ 2 – 3 ครั้งต่อปี โดยให้ผลลัพธ์ประมาณ 4 – 12 เดือน จึงอาจเกิดค่าใช้จ่ายจากการทำซ้ำได้

    เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera ข้อดี ข้อเสีย

    ข้อดีของ hifu

    • เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวหน้า โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด หรือพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังจากการทำ
    • มีความปลอดภัยในการรักษา ไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก ไม่เกิดรอยฟกช้ำ รอยแผล หรืออาการแพ้ ระคายเคือง
    • มีวิธีการรักษา และให้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับการทำ ulthera แต่มีราคาถูกกว่า
    • เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังจากการรักษา ผลคงอยู่นานประมาณ 4 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

    ข้อเสียของ hifu

    • ขณะทำการรักษาอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย อาจเกิดรอยแดงที่ผิว หรืออาการบวม ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองตามธรรมชาติ
    • เครื่องยิง hifu ไม่มีหน้าจอสำหรับการแสดงผลแบบ Real Time นั่นหมายถึงมีความแม่นยำน้อยกว่าการทำ ulthera
    • ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่ถูกกว่า แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากับการทำ ulthera จะต้องมีการยิงซ้ำประมาณ 2 – 3 ครั้งต่อปี
    • ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา

    ข้อดีของ ulthera

    • Ulthera เป็นแบรนด์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะเป็นแบรนด์ดั้งเดิมของ hifu และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา
    • เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวหน้า โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด หรือพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังจากการทำ
    • มีความปลอดภัยในการรักษา ไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก ไม่เกิดรอยฟกช้ำ รอยแผล หรืออาการแพ้ ระคายเคือง
    • มีหน้าจอการแสดงผลแบบ Real Time แสดงให้เห็นชัดเจน จึงมีความแม่นยำ ตรงจุดกว่า แพทย์สามารถประเมินตำแหน่ง จำนวนช็อต และหัวยิงที่เหมาะสำหรับชั้นผิวแต่ละระดับได้ดีกว่า
    • เห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันทีหลังจากการรักษา โดยประมาณ 30% และให้ผลลัพธ์คงอยู่นาน 1 – 2 ปี

    ข้อเสียของ ulthera

      มีราคาแพงกว่าการทำ hifu ยิ่งต้องไลน์เยอะมากเท่าไหร่ ก็ราคาแพงมากขึ้นเท่านั้น

    ทำไมต้องทำ HIFU ที่ Mona clinic?

    Mona clinic เป็นสถาบันเสริมความงามที่ให้บริการแบบครบวงจรในเรื่องของการแก้ไขปัญหาผิวที่ได้ผล ซึ่งการทำ HIFU จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาด้วยเครื่องยิงที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และสะอาด แต่เนื่องจากเครื่องยิงไฮฟู่ไม่มีหน้าจอที่แสดงชั้นผิวอย่างชัดเจน จึงต้องอาศัยเทคนิค และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษาในการประเมินปัญหา จำนวนช็อต บริเวณที่ต้องทำการยิง และหัวยิงที่ใช้ยิง เพื่อให้การรักษาได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งการหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ บวม รอยแดงไหม้ที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาผิดพลาดได้ นอกจากนี้ที่ Mona clinic ยังสามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ใกล้กับ BTS และ MRT เดินทางมาพบคุณหมอได้ง่ายมาก ๆ

    สรุป Hifu vs Ulthera

    hifu vs ulthera เป็นหัตถการสำหรับการยกกระชับ และปรับรูปหน้าให้เข้ารูปสวยงาม พร้อม ๆ กับการกระตุ้นผิวให้สุขภาพดี มีความยืดหยุ่น และลดเลือนริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติในระยะสั้น ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากทำการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากพักฟื้น ดังนั้นการรักษาไม่ว่าจะเป็นหัตถการไหนจึงต้องมีการตัดสินใจเลือกสถานบริการที่มีมาตรฐานความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือ และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

    โปรแกรมของ MONA CLINIC

    Review Thread Lift (1)
    Review Thread Lift (4)

    The post เปรียบเทียบ Hifu vs Ulthera เจาะลึก Hifu ข้อเสีย หลังทํา hifu ห้ามทําอะไรบ้าง appeared first on Mona Clinic.

    ]]>
    เจาะลึก ultraformer iii คือ อะไร? ดีไหม? ทำ ultraformer iii ราคา เท่าไร ultraformer iii กับ ulthera ต่างกันอย่างไร https://clinicmona.com/blog/ultraformer-iii-vs-ulthera/ Sun, 12 Feb 2023 06:12:14 +0000 https://clinicmona.com/?p=3880 เจาะลึก Ultraformer iii คือ อะไร? ดีไหม? ทำ Ultraformer iii ราคา เท่าไร Ultraformer iii กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การแก้ปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ หรือผิวหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส อย่างที่เราทราบกันดีว่าการฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัดศัลยกรรมเป็นที่นิยมกันมาก แต่ก็มีการแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่นที่ได้ผลดีเช่นเดียวกัน นั่นคือ ultraformer iii เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับข้อมูลแบบเจาะลึกของ ultraformer iii คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? ultraformer iii กับ ulthera ต่างกันอย่างไร? ติดตามได้ในบทความนี้ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of contents รู้จักกับ Ultraformer iii คือ …

    เจาะลึก ultraformer iii คือ อะไร? ดีไหม? ทำ ultraformer iii ราคา เท่าไร ultraformer iii กับ ulthera ต่างกันอย่างไร Read More »

    The post เจาะลึก ultraformer iii คือ อะไร? ดีไหม? ทำ ultraformer iii ราคา เท่าไร ultraformer iii กับ ulthera ต่างกันอย่างไร appeared first on Mona Clinic.

    ]]>

    เจาะลึก Ultraformer iii คือ อะไร? ดีไหม? ทำ Ultraformer iii ราคา เท่าไร Ultraformer iii กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร

    ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การแก้ปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ หรือผิวหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส อย่างที่เราทราบกันดีว่าการฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัดศัลยกรรมเป็นที่นิยมกันมาก แต่ก็มีการแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่นที่ได้ผลดีเช่นเดียวกัน นั่นคือ ultraformer iii เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับข้อมูลแบบเจาะลึกของ ultraformer iii คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? ultraformer iii กับ ulthera ต่างกันอย่างไร? ติดตามได้ในบทความนี้
    เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
      Add a header to begin generating the table of contents

      รู้จักกับ Ultraformer iii คือ อะไร?

      Ultraformer III คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวหน้า และสลายไขมันใต้ชั้นผิวด้วยเครื่อง Micro & Macro Focused Ultrasound หรือ (MMFU) ที่เป็นเครื่องอัลตร้าซาวด์คลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นสูงแบบเฉพาะเจาะจง หรือ High Intensity Focus Ultrasound โดยจะมีการปล่อยพลังงานความร้อนไปยังใต้ผิวหนังทุกระดับชั้นผิว ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้เนื้อเยื่อหดตัว และมีการยกกระชับขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด พักฟื้น ไม่ทิ้งแผลหลังจากการรักษา และมีความปลอดภัยสูง

      อัลตร้าฟอร์มเมอร์ ทรี สามารถปล่อยพลังงานที่มีความคงที่ และสม่ำเสมอไปยังตำแหน่งความลึกที่ต้องการได้อย่างเฉพาะเจาะจง จึงถือว่าเป็นหัตถกรรมที่ดีที่สุดรองจากการทำ Ulthera ก็ว่าได้

      Ultraformer iii ช่วยเรื่องอะไร?

      ประโยชน์หลักของ ultraformer iii ช่วยเรื่องการยกกระชับใบหน้า กรอบหน้า และผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึง ดูเรียบเนียนขึ้น หรืออาจใช้ยกกระชับสัดส่วนในบริเวณอื่น ๆ เช่น รอบดวงตา หรือบริเวณลำตัว นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ริ้วรอยร่องลึก สลายไขมันใต้ผิวหนัง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้ดีอีกด้วย

      ใครเหมาะกับการทำ Ultraformer iii?

      ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามที่มีปัญหาผิวหนังบริเวณใบหน้า แก้ม ลำคอที่เกิดความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ รวมถึงผู้มีปัญหาคิ้วตก หนังตาตก มุมปากตก ขอบตาล่างยาน เหนียงยาน ริ้วรอยร่องแก้มลึก หรือริ้วรอยเล็ก ๆ ก็สามารถใช้วิธีการนี้รักษาได้ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า V Shape โดยที่ไม่ทำศัลยกรรม และผู้ที่ต้องการกระชับสัดส่วนตามบริเวณต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย

      Ultraformer iii มีกระบวนการทำงานอย่างไร?

      ultraformer iii ใช้พลังงาน High Intensity Focus Ultrasound ด้วยพลัง Macrofocus ที่มีขนาดเล็ก ยิงเข้าไปบริเวณชั้นผิวที่ต้องการ เมื่อปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงไปบริเวณผิวหนังแล้วจะรู้สึกอุ่น ๆ และเหมือนมีเข็มเล็ก ๆ แทงลงบนผิว โดยแพทย์จะเลือกใช้หัวยิงด้วยระดับความลึกที่แตกต่างกันไปตามสภาพปัญหาของผิวที่เกิดขึ้น โดยจะใช้เวลาประมาณ 15-60 นาทีขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา

      Ultraformer iii ดีไหม? ได้ผลจริงหรือไม่?

      การรักษาด้วย ultraformer iii จะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนโดยทันทีหลังการเข้ารับการรักษา แต่ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย อย่างในรายเคสที่มีริ้วรอยไม่มาก ก็สามารถเห็นผลที่แตกต่างได้โดยทันที นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

      Ultraformer iii กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร?

      การทำ ultraformer iii จะใช้พลังงาน High Intensity Focus Ultrasound แบบ Macrofocus ที่มีขนาดเล็กประมาณ 0.5-1 mm โดยจะให้ผลลัพธ์ในเรื่องของการยกกระชับผิว การสลายไขมันใต้ผิวหนัง และการกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน ulthera จะใช้พลังงาน High Intensity Focus Ultrasound ที่มีขนาดใหญ่กว่า คือ 1 mm โดยตัวเครื่องจะมีหน้าจอสำหรับการมอนิเตอร์ระดับความลึกของจุดที่ยิงพลังงานเข้าไป จึงมีความแม่นยำสูงกว่า และให้พลังงานที่สูงกว่า ultraformer iii ถึง 2 เท่า แต่ก็มีราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นเดียวกัน

      ทำ Ultraformer iii กี่วันเห็นผล?

      การทำ ultraformer iii เห็นผลทันทีหลังจากการเข้ารับการรักษา

      ทำ Ultraformer iii เจ็บไหม?

      การปล่อยพลังงานขณะทำ ultraformer iii ผู้เข้ารับการรักษาจะรู้สึกอุ่น ๆ และเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทง อาจจะเจ็บมาก หรือเจ็บน้อยแตกต่างกันตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น

      Ultraformer iii อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำทุก ๆ กี่เดือน?

      การทำ ultraformer iii จะให้ผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 6 เดือน แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 2-3 ครั้ง ตามคำแนะนำของแพทย์

      สรุป Ultraformer iii ราคา และความคุ้มค่า

      การทำ ultraformer iii ราคา เริ่มต้นที่ 4,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวน Line ที่ต้องการทำการรักษา ซึ่งหากมองในแง่ของผลลัพธ์ที่ได้รับโดยทันที และมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ราคานี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ยกกระชับกรอบหน้าให้เป็นวีเชฟ หรือช่วยให้ใบหน้าไม่หย่อนคล้อยได้ โดยสามารถสอบถาม ultraformer iii ราคากับสถานบริการที่คุณเลือกใช้ หรือสอบถามได้เลยที่นี่!

      The post เจาะลึก ultraformer iii คือ อะไร? ดีไหม? ทำ ultraformer iii ราคา เท่าไร ultraformer iii กับ ulthera ต่างกันอย่างไร appeared first on Mona Clinic.

      ]]>
      รู้จักกับ Mesofat คือ อะไร Mesofat ยี่ห้อไหนดี ราคา เท่าไร ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล https://clinicmona.com/blog/what-is-mesofat/ Mon, 23 Jan 2023 16:28:19 +0000 https://clinicmona.com/?p=2443 รู้จักกับ Mesofat คือ อะไร Mesofat ยี่ห้อไหนดี ราคา เท่าไร ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ “Mesofat” กันมาบ้างแล้ว หลายคนจึงเข้าใจว่าการฉีดเมโสแฟต คือ การลดสัดส่วนต่าง ๆ บนร่างกายที่เห็นผลได้ชัดเจน และรวดเร็วทันใจ ส่วนมากนิยมใช้ฉีดลดไขมันที่แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก หน้าท้อง และบริเวณที่ไขมันสะสมบางจุดแต่ไม่สามารถลดไขมันบริเวณนั้นได้ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับเมโสแฟต คือ อะไร? Mesofat ยี่ห้อไหนดี? ราคาเท่าไร? ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล? ศึกษาข้อมูลที่คุณควรทราบก่อนเข้ารับการรักษาได้เลยที่นี่! เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of contents ทำความรู้จัก Mesofat คือ อะไร? …

      รู้จักกับ Mesofat คือ อะไร Mesofat ยี่ห้อไหนดี ราคา เท่าไร ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล Read More »

      The post รู้จักกับ Mesofat คือ อะไร Mesofat ยี่ห้อไหนดี ราคา เท่าไร ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล appeared first on Mona Clinic.

      ]]>

      รู้จักกับ Mesofat คือ อะไร Mesofat ยี่ห้อไหนดี ราคา เท่าไร ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล

      หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ “Mesofat” กันมาบ้างแล้ว หลายคนจึงเข้าใจว่าการฉีดเมโสแฟต คือ การลดสัดส่วนต่าง ๆ บนร่างกายที่เห็นผลได้ชัดเจน และรวดเร็วทันใจ ส่วนมากนิยมใช้ฉีดลดไขมันที่แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก หน้าท้อง และบริเวณที่ไขมันสะสมบางจุดแต่ไม่สามารถลดไขมันบริเวณนั้นได้ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับเมโสแฟต คือ อะไร? Mesofat ยี่ห้อไหนดี? ราคาเท่าไร? ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล? ศึกษาข้อมูลที่คุณควรทราบก่อนเข้ารับการรักษาได้เลยที่นี่!
      เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
        Add a header to begin generating the table of contents

        ทำความรู้จัก Mesofat คือ อะไร?

        เมโสแฟต หรือ Mesofat คือ การฉีดตัวยาที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติในกลุ่มของ Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals เข้าสู่ชั้นผิวหนัง หรือชั้นไขมันเพื่อกระบวนการเร่งให้ไขมันแตกตัว และสลายตัว สำหรับการลดไขมัน หรือเซลลูไลท์เฉพาะจุดแบบที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด โดยมีสารออกฤทธิ์หลักคือ Artichoke extract (Cynara scolymus) กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism หรือกระบวนการลดเนื้อเยื่อไขมัน การสังเคราะห์กรดไขมันนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีสารออกฤทธิ์อื่นร่วมด้วย ได้แก่ Mesostabyl และ L-carnitine

        ฉีด Mesofat ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

        ฉีด Mesofat ช่วยในเรื่องของการสลายไขมันเฉพาะจุด ลดสัดส่วน และลดเซลลูไลท์ด้วยวิธีการที่รวดเร็ว ทันใจ นิยมใช้ฉีดลดไขมันที่แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก หน้าท้อง และบริเวณที่ไขมันสะสมบางจุดแต่ไม่สามารถลดไขมันบริเวณนั้นได้

        Mesofat มีกระบวนการทำงานอย่างไร?

        เมื่อฉีด Mesofat เข้าไปบริเวณชั้นผิวหนังที่มีการสะสมของไขมัน ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบ Metabolism หรือระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ด้วยฤทธิ์การทำงานของแอลคาร์นิทีน ร่างกายจึงสามารถดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้ง่ายมากขึ้น จากนั้นก็จะเปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นพลังงาน หรือเรียกว่า “Fat Burn” เพื่อทำให้สัดส่วนลดลง สลายไขมันส่วนเกิน และเซลลูไลท์ที่สะสมในจุดที่ฉีดนั้น

        ใครเหมาะกับการฉีด Mesofat?

        การฉีด Mesofat เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด ไม่ว่าจะเป็นการสลายไขมัน การลดเซลลูไลท์ การลดสัดส่วน โดยที่ผู้เข้ารับการรักษาไม่ต้องทำการผ่าตัดศัลยกรรม หรือดูดไขมัน ไม่ต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย หรือผู้ที่ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่ลดลงสักที

        ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล?

        การฉีด Mesofat ไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากการเข้ารับการรักษาเหมือนกับการดูดไขมัน โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น ในบางรายอาจต้องฉีดประมาณ 4-5 ครั้งจึงจะเห็นผล ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกาย

        การฉีด Mesofat ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

        การฉีด Mesofat ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้เข้ารับการรักษา การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารมีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากขึ้น

        สามารถฉีด Mesofat ได้บ่อยแค่ไหน?

        คุณสามารถทำการฉีด Mesofat ได้บ่อยตามที่ต้องการ เมื่อรู้สึกว่าเริ่มมีไขมันส่วนเกินเพิ่มขึ้น หรืออยากให้สัดส่วนลดลงอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

        Mesofat ยี่ห้อไหนดี?

        การฉีด Mesofat ในปัจจุบันมีตัวเลือกยี่ห้อที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหาร และยาของประเทศไทย และต้องเลือกใช้ตามความเหมาะสมรายเคส ดังนี้

        1. Mesofat ยี่ห้อ Phytobella มีข้อดี คือ ไม่ทำให้ผิวบวม แดง หรือหย่อนคล้อย และยุบตัวได้ดี แต่อาจรู้สึกแสบเล็กน้อยขณะฉีด
        2. Mesofat ยี่ห้อ BABI-Neo one นำเข้าจากประเทศเกาหลี มีข้อดี คือ ช่วยสลายไขมัน และยกกระชับในคราวเดียว และไม่ทิ้งอาการบวม แดง
        3. Mesofat ยี่ห้อ FNC นิยมใช้ฉีดลดไขมันบริเวณแก้ม ช่วยให้ผิวยุบตัวได้ดี และยุบตัวได้ไว
        4. Mesofat ยี่ห้อ V Line มีข้อดีในเรื่องของการลดเซลลูไลท์ และยกกระชับในคราวเดียว อาจจะรู้สึกแสบปานกลางขณะฉีด

        ฉีด Mesofat ราคาเท่าไร?

        การฉีด Mesofat ราคา เริ่มต้นที่ 2,000-7,000 บาท ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณซีซี และยี่ห้อที่เลือกใช้ ส่วนมากสถานบริการจะมีราคาแบบคอร์สให้เลือกด้วย ซึ่งอาจมีราคาถูกกว่าราคาต่อครั้ง

        ฉีด Mesofat ที่ไหนดี?

        การฉีด Mesofat บางจุดอาจมีเส้นเลือด และเส้นประสาทที่สำคัญค่อนข้างเยอะ ดังนั้นการฉีดเมโสแฟตจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ ที่จะต้องได้รับการรักษาภายใต้สถานบริการที่มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้การวางแผนการรักษามีความเหมาะสมกับผู้เข้ารับการรักษาในเรื่องของปริมาณตัวยาที่เหมาะสม ยี่ห้อที่เลือกใช้ และเทคนิคในการฉีด

        ดูแลตัวเองหลังฉีด Mesofat

        หลังการฉีดเมโสแฟต ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด แคะ แกะ เกาในบริเวณที่ฉีด รวมทั้งการทำเลเซอร์ การอบซาวน่า หรือการนวดหน้าทำทรีทเม้นท์ใด ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ พร้อมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคู่กับการควบคุมอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ด้วย

        สรุปการฉีด Mesofat

        ถึงแม้ว่าเราจะทราบกันดีว่าเมโสแฟตมีส่วนช่วยในการสลายไขมัน และลดเซลลูไลท์ที่มีประสิทธิภาพ แต่เราก็ต้องศึกษาข้อมูลเพื่อให้รู้เท่าทันถึงข้อดี และข้อเสียก่อนที่จะทำการรักษา โดยเฉพาะในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ การเข้ารับการรักษาในสถานบริการที่มีมาตรฐาน และมีความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อาจต้องมีการตรวจสอบรีวิว ผลงานการรักษา และประสบการณ์ของแพทย์ที่รักษาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ และความปลอดภัยในการฉีด Mesofat ที่เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

        The post รู้จักกับ Mesofat คือ อะไร Mesofat ยี่ห้อไหนดี ราคา เท่าไร ฉีด Mesofat กี่วันเห็นผล appeared first on Mona Clinic.

        ]]>
        Filler Neuramis ดีไหม ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากได้ไหม พร้อมวิธีดู ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม https://clinicmona.com/blog/filler-neuramis/ Mon, 23 Jan 2023 16:10:16 +0000 https://clinicmona.com/?p=2432 Filler Neuramis ดีไหม ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากได้ไหม พร้อมวิธีดู ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม ปัจจุบันมียี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับฉีดเติมเต็มผิวตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าที่เรารู้จักตามตลาดเยอะแยะมากมาย หนึ่งในยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้ยี่ห้ออื่นนั่นคือ Filler neuramis หรือนิวรามิสจะประเทศเกาหลี ซึ่งมีความผสมผสานข้อดีของฟิลเลอร์ยี่ห้อแพง ๆ เอาไว้ในราคาที่ดีกว่า ในบทความนี้เราเลยจะพาไปดูกันว่า ฟิลเลอร์ neuramis คืออะไร? มีกี่รุ่น? แตกต่างกันอย่างไร? เหมาะกับการฉีดบริเวณไหน? ดีไหมถ้าทียบกับยี่ห้ออื่น? พร้อมข้อมูลเจาะลึกอื่น ๆ ที่คุณควรทราบ และเทคนิคในการดูฟิลเลอร์ของแท้ หรือของปลอม เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of contents รู้จัก Filler Neuramis หรือฟิลเลอร์ neuramis คือ อะไร? ฟิลเลอร์นิวรามิส คือ ฟิลเลอร์สารสังเคราะห์ …

        Filler Neuramis ดีไหม ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากได้ไหม พร้อมวิธีดู ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม Read More »

        The post Filler Neuramis ดีไหม ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากได้ไหม พร้อมวิธีดู ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม appeared first on Mona Clinic.

        ]]>

        Filler Neuramis ดีไหม ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากได้ไหม พร้อมวิธีดู ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม

        ปัจจุบันมียี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับฉีดเติมเต็มผิวตามส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าที่เรารู้จักตามตลาดเยอะแยะมากมาย หนึ่งในยี่ห้อที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้ยี่ห้ออื่นนั่นคือ Filler neuramis หรือนิวรามิสจะประเทศเกาหลี ซึ่งมีความผสมผสานข้อดีของฟิลเลอร์ยี่ห้อแพง ๆ เอาไว้ในราคาที่ดีกว่า ในบทความนี้เราเลยจะพาไปดูกันว่า ฟิลเลอร์ neuramis คืออะไร? มีกี่รุ่น? แตกต่างกันอย่างไร? เหมาะกับการฉีดบริเวณไหน? ดีไหมถ้าทียบกับยี่ห้ออื่น? พร้อมข้อมูลเจาะลึกอื่น ๆ ที่คุณควรทราบ และเทคนิคในการดูฟิลเลอร์ของแท้ หรือของปลอม
        เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
          Add a header to begin generating the table of contents

          รู้จัก Filler Neuramis หรือฟิลเลอร์ neuramis คือ อะไร?

          ฟิลเลอร์นิวรามิส คือ ฟิลเลอร์สารสังเคราะห์ ประเภท Hyaluronic Acid หรือ HA ที่มีความคล้ายคลึงกับโปรตีนในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ได้รับการผลิตโดยบริษัท Medyglobal ในประเทศเกาหลี ในวงการเสริมความงามนิยมใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มชั้นผิวในบริเวณต่าง ๆ จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีประสิทธิภาพไม่แพ้ฟิลเลอร์ยี่ห้อแพง ๆ แถมยังมีราคาถูกกว่าอีกด้วย

          ความแตกต่างของฟิลเลอร์ neuramis มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร? เหมาะกับฉีดบริเวณไหน?

          ฟิลเลอร์ neuramis ของแท้ ผลิตออกมาทั้งหมด 5 รุ่น คือ Neuramis Light, Neuramis Lidocaine, Neuramis Deep, Neuramis Deep Lidocaine และ Neuramis Volume Lidocaine แต่ในปัจจุบัน (ก.พ. 2565) มีเพียง 3 รุ่นเท่านั้นที่ได้รับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย คือ
          • Neuramis Deep แบบไม่ผสมยาชา เป็นรุ่นแรกผ่านการรับรอง ซึ่งเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ด้วยเนื้อเจลหนืดปานกลาง มีความอิ่มฟู และปั้นขึ้นรูปได้ง่าย จึงนิยมนำมาใช้เติมเต็มริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ขมับ คาง ร่องน้ำหมาก เป็นต้น
          • Neuramis Deep Lidocaine มีส่วนผสมของยาชา 0.3% เวลาฉีดจึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ในระดับหนึ่ง โดยมีลักษณะคล้ายกับรุ่น Deep ทั้งในเรื่องของเนื้อเจล ความอิ่มฟู และการปั้นขึ้นรูป เหมาะสำหรับการฉีดในบริเวณที่บอบบาง เช่น ริมฝีปาก ใต้ตาชั้นลึก เป็นต้น
          • Neuramis Volume Lidocaine มีส่วนผสมของยาชา โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของเนื้อเจลที่หนืดที่สุด มีความยืดหยุ่น และคงตัวได้ดี นิยมนำมาใช้เติมเต็มริ้วรอยร่องลึกปานกลางถึงมาก เช่นคาง ขมับ ร่องแก้ม เป็นต้น และปรับ ยกกระชับใบหน้าได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ

          ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะกับฉีดปากไหม?

          ฉีดฟิลเลอร์ neuramis ปาก สามารถทำได้ เนื่องจากคุณสมบัติเรื่องเนื้อเจลที่มีความหนืด มีความอิ่มฟู และปั้นขึ้นรูปได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากบาง ริมฝีปากแตก เป็นร่อง หรือริมฝีปากแห้ง ร่วมกับการวางแผนการรักษาจากแพทย์ในการเลือกรุ่น และปริมาณ cc ที่ใช้อย่างเหมาะสมกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

          ฟิลเลอร์ Neuramis ดีไหม? เทียบกับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นแตกต่างกันอย่างไร?

          • ฟิลเลอร์ neuramis จากประเทศเกาหลี ซึ่งผลิตขึ้นมาโดยนำเอาข้อดีของฟิลเลอร์ยี่ห้อที่มีราคาแพง ทั้ง 2 ยี่ห้อมาผสมผสานกัน กลายเป็น SHAPE Technology ที่ช่วยสร้างการ Cross-linking ของเส้นใยฟิลเลอร์ และเส้นใยอิลาสตินใต้ผิวหนัง อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่แพงมากนัก และยังได้รับการรับรองจาก อย. ไทยอีกด้วย
          • ฟิลเลอร์ Juvederm จากประเทศอเมริกา เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยเทคโนโลยีที่โดดเด่นอย่าง Hylacross และ Vycross ที่สามารถเติมเต็ม และยกกระชับได้ดี เนื้อเจลยืดหยุ่นสูง และคงรูป จึงสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอยร่องลึกได้ แต่ก็มีราคาที่สูงมากขึ้นด้วย
          • ฟิลเลอร์ Restylane จากประเทศสวีเดน ซึ่งผ่านการรับรองจาก อย. และได้รับความนิยมจากวงการแพทย์เสริมความงามทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยี NASHA และ OBT จึงทำให้ฟิลเลอร์มีความหลากหลาย เหมาะกับการใช้งานกับหลาย ๆ ส่วนของใบหน้า ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการยกกระชับ ปรับ และแก้ไขปัญหารูปหน้าได้อย่างดี
          • ฟิลเลอร์ Belotero หรือ Colorful Filler จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าแต่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กับยี่ห้ออื่น ๆ เพราะว่ามีราคาที่ถูกกว่า ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง ความโดดเด่นของเนื้อเจลที่มีความยืดหยุ่นสูง จึงสามารถใช้ฉีดได้ทุกบริเวณ และให้ผลที่เป็นธรรมชาติ

          ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานไหม?

          ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลของตัวบุคคลที่เข้ารับบริการ หากต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนานสามารถเข้าไปฉีดเพิ่มเติมได้ตามคำแนะนำของแพทย์

          ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร?

          ฟิลเลอร์ neuramis ของแท้ สามารถตรวจสอบได้จากกล่องของผลิตภัณฑ์ที่จะต้องไม่มีรอยแกะ หรือเปิดใช้มาก่อน ข้างกล่องจะมีบาร์โค้ด สติ๊กเกอร์ และ QR Code สำหรับการตรวจสอบ และตัวหนังสือภาษาไทยสีขาวที่ระบุรุ่นการผลิต และวันหมดอายุเอาไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีฉลากสะท้อนแสง “Scratch Here” ติดอยู่ สามารถขูดดูเพื่อตรวจสอบมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ได้

          สรุป Filler Neuramis

          การฉีดฟิลเลอร์ neuramis นับว่าเป็นหนึ่งในยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจาก SHAPE Technology ที่ใช้ทำให้เนื้อเจลอิ่มตัว สามารถเติมเต็ม และลดริ้วรอยร่องลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดฟิลเลอร์ neuramis ปาก เพื่อเพิ่มความอวบอิ่มได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นฟิลเลอร์ neuramis ของแท้ก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น การฉีดใต้ตา เพราะเนื้อเจลแข็งจะจับตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ ทำให้ผลออกมาดูไม่เป็นธรรมชาตินั่นเอง ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน ผู้ที่ต้องการฉีดควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้ถี่ถ้วน พร้อมกับการเลือกสถานบริการที่มีมาตรฐาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการเลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่เหมาะกับปัญหาบนใบหน้าที่เกิดขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงต่อการใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นของปลอม

          สนใจสอบถามโปรโมชั่น Filler Neuramis เพิ่มเติม

          The post Filler Neuramis ดีไหม ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ที่ปากได้ไหม พร้อมวิธีดู ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ของปลอม appeared first on Mona Clinic.

          ]]>
          เจาะลึก HIFU คืออะไร? Hifu ช่วยอะไร? อยู่ได้กี่เดือน? กี่วันเห็นผล? เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ พร้อมแนะนำ Hifu ที่ไหนดี? https://clinicmona.com/blog/what-is-hifu/ Mon, 23 Jan 2023 15:44:07 +0000 https://clinicmona.com/?p=2422 เจาะลึก HIFU คืออะไร? Hifu ช่วยอะไร? อยู่ได้กี่เดือน? กี่วันเห็นผล? เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ พร้อมแนะนำ Hifu ที่ไหนดี? มันคงจะดีไม่น้อยหากมีนวัตกรรมสำหรับการดูแล และปรนนิบัติผิวหน้าให้ดูสว่าง สดใส คงความอ่อนเยาว์ไว้ได้อยู่เสมอ ในปัจจุบันมีหัตถการการรักษาที่ช่วยคงความหนุ่มสาว และความยาวไวเอาไว้ได้มากมาย ขึ้นอยู่กับว่าสภาพปัญหาผิวของแต่ละคนเป็นอย่างไร และจะเลือกใช้หัตถการไหนในการรักษา อีกหนึ่งหัตถการที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ HIFU ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลว่า HIFU คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร? อยู่ได้นานกี่เดือน? ทำแล้วกี่วันเห็นผล? ทำ HIFU ที่ไหนดี? พร้อมเปรียบเทียบ HIFU กับ โบท็อกซ์ ว่าแตกต่างกันอย่างไร ศึกษาเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of contents HIFU คืออะไร? High Intensity Focus …

          เจาะลึก HIFU คืออะไร? Hifu ช่วยอะไร? อยู่ได้กี่เดือน? กี่วันเห็นผล? เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ พร้อมแนะนำ Hifu ที่ไหนดี? Read More »

          The post เจาะลึก HIFU คืออะไร? Hifu ช่วยอะไร? อยู่ได้กี่เดือน? กี่วันเห็นผล? เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ พร้อมแนะนำ Hifu ที่ไหนดี? appeared first on Mona Clinic.

          ]]>

          เจาะลึก HIFU คืออะไร? Hifu ช่วยอะไร? อยู่ได้กี่เดือน? กี่วันเห็นผล? เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ พร้อมแนะนำ Hifu ที่ไหนดี?

          มันคงจะดีไม่น้อยหากมีนวัตกรรมสำหรับการดูแล และปรนนิบัติผิวหน้าให้ดูสว่าง สดใส คงความอ่อนเยาว์ไว้ได้อยู่เสมอ ในปัจจุบันมีหัตถการการรักษาที่ช่วยคงความหนุ่มสาว และความยาวไวเอาไว้ได้มากมาย ขึ้นอยู่กับว่าสภาพปัญหาผิวของแต่ละคนเป็นอย่างไร และจะเลือกใช้หัตถการไหนในการรักษา อีกหนึ่งหัตถการที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ HIFU ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลว่า HIFU คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร? อยู่ได้นานกี่เดือน? ทำแล้วกี่วันเห็นผล? ทำ HIFU ที่ไหนดี? พร้อมเปรียบเทียบ HIFU กับ โบท็อกซ์ ว่าแตกต่างกันอย่างไร ศึกษาเพิ่มเติมได้ในบทความนี้

          เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
            Add a header to begin generating the table of contents

            HIFU คืออะไร?

            High Intensity Focus Ultrasound หรือ HIFU คือ เครื่องมือการยกกระชับผิวหน้า ลำคอ เหนียง ต้นแขน และต้นขาแบบไม่ต้องใช้เข็ม และไม่ต้องทำการผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความปลอดภัยสูงในการยกกระชับใบหน้า และผิวให้คงความชุ่มชื่น อ่อนเยาว์เอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอิลาสตินใต้ผิวหนังชั้น SMAS ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เนียนนุ่ม สดใสราวกับวัยหนุ่มสาว

            HIfu ช่วยแก้ปัญหาเรื่องใดได้บ้าง?

            Hifu ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวหนังหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับได้ทั้งใบหน้า เหนียง ลำคอ เอว หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน ต้นขา ฯลฯ มีริ้วรอยเหี่ยวย่น ไม่ว่าจะเป็นบนผิวหน้า หรือรอบดวงตา นอกจากนี้ยังสามารถแก้ปัญหาหนังตาตกได้ ทำให้ดวงตาสดใส ดูโตขึ้นโดยไม่ต้องทำการศัลยกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาชั้นไขมันบริเวณเหนียง ใต้คางได้ด้วย

            ใครเหมาะกับการทำ Hifu บ้าง?

            เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็จะมีการผลิตคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสตินน้อยลง ส่วนคอลลาเจนที่มีอยู่ในร่างกายก็จะค่อย ๆ สลายหายไปตามธรรมชาติ กลไกการเสื่อมโทรมของอวัยวะในร่างกายจึงทำให้เกิดความแก่ชรา ผิวหนังหย่อนคล้อย มีริ้วรอย และไม่กระชับได้ ดังนั้น Hifu จึงเหมาะสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการให้ร่างกายมีการสร้าง Collagen เส้นใยอิลาสติน และเนื้อเยื่อของเซลล์ผิวระดับลึกขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวไม่ยกกระชับ มีริ้วรอย มีเหนียง หรือคางสองชั้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัตถการนี้มีความปลอดภัยสูงมาก ไม่ต้องทำการพักฟื้น หรือผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ เลย

            Hifu มีหลักการทำงานอย่างไร?

            Hifu ทำงานโดยใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูงส่งผ่านหัวยิงคลื่นที่กำหนดระยะความลึก ไปยังชั้นผิวหนังชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) อย่างแม่นยำ เพื่อทำลายเนื้อเยื่อในชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ชั้นไขมันหดตัวลง คล้ายกับวิธีการเย็บกล้ามเนื้อในการศัลยกรรมดึงหน้า จึงทำให้ผิวดูยกกระชับขึ้น แก้ปัญหาความหย่อนยาน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อใหม่ใต้ผิวหนัง พร้อมเผยผิวสดใส เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ดูเป็นธรรมชาติ

            Hifu ทำบริเวณไหนได้บ้าง?

            สามารถใช้การยิงไฮฟู่ได้ทุกบริเวณที่ต้องการยกกระชับผิว ซึ่งแต่ละบริเวณจะใช้หัวยิงที่มีความลึกแตกต่างกัน มีคุณสมบัติในการรักษาต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแค่การลดเลือนริ้วรอย การลดไขมัน และเซลลูไลท์ การยกกระชับใบหน้า การลดเลือนริ้วรอยร่องลึก เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ลดริ้วรอยใต้ดวงตา และรอบดวงตาได้อย่างปลอดภัย ลดแก้ม ลดเหนียง ลดไขมันต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอว และสะโพกได้

            Hifu กี่วันเห็นผล?

            หลังจากการทำ Hifu ก็เห็นผลประมาณ 20% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ หลังจากนั้นประมาณ 1-2 เดือนก็จะเห็นผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น สามารถเห็นผลได้อย่างเต็มที่ในช่วงประมาณ 3-4 เดือนถัดไป

            Hifu อยู่ได้กี่เดือน อยู่ได้นานไหม?

            ผลลัพธ์การรักษาด้วย Hifu อยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขภาพของผู้เข้ารับการรักษา โดยสามารถทำการรักษาซ้ำได้ทุก ๆ 3 เดือน

            เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ มีความแตกต่างอย่างไร?

            หัตถการในการรักษาความหย่อนคล้อยของใบหน้ามีหลายวิธี ซึ่ง Hifu กับ โบท็อกซ์ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง โดยมีความแตกต่างกัน ดังนี้

            1. Hifu เป็นเทคโนโลยีที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ผ่านหัวยิงขนาดเล็ก แต่ โบท็อกซ์ จะเป็นการฉีดสาร HA เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังด้วยเข็มขนาดเล็กเครื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
            2. Hifu สามารถทำได้กับทุกส่วนในร่างกายเพื่อผลในการยกกระชับ ลดไขมัน และลดริ้วรอยเป็นวงกว้าง มีข้อจำกัดน้อย แต่ โบท็อกซ์ นิยมใช้ฉีดเฉพาะส่วน โดยแต่ละบริเวณที่ฉีดถูกกำหนดด้วยปริมาณ CC ของ โบท็อกซ์ ตามที่แพทย์แนะนำเพื่อผลในการรักษาที่เป็นธรรมชาติ
            3. Hifu เป็นหัตถการที่ให้ผลเพียงชั่วคราว โดยปกติแล้วจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน แต่ โบท็อกซ์ ให้ผลที่ยาวนานกว่า ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ บริเวณที่ใช้ และ CC ที่ใช้ ส่วนมากแพทย์จะแนะนำให้ทำไฮฟู่ร่วมกับอัตราการรักษาอื่น ๆ เช่น การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม เป็นต้น

            ทำ Hifu ที่ไหนดี? Clinic Mona คลินิกเสริมความงามอันดับ 1

            hifu ที่ไหนดี? เป็นคำถามที่หลายคนอยากได้คำตอบ ขอแนะนำคลินิกเสริมความงามย่านอ่อนนุช อันดับ 1 Clinic Mona ที่ให้บริการเสริมความงามครบวงจรด้วยหัวใจ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทีมที่ให้คำปรึกษาที่ได้การรับรองจากสถาบัน Korea Occupation Ability Association ประเทศเกาหลีใต้ จึงมั่นใจได้ว่า การเข้ารับการรักษาจะอยู่ภายใต้สถานบริการที่มีความปลอดภัย นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างเป็นของแท้ ผ่านมาตรฐาน อย. ของไทย และมีราคาที่เอื้อมถึงได้

            วิธีดูแลหลังการทำ Hifu

            1. หลังจากการทำ Hifu เรียบร้อยแล้ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกแดดกลางแจ้ง หรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงในช่วงระยะ 1-2 สัปดาห์แรก
            2. หลีกเลี่ยงการนวด หรือถูกใบหน้าแรงๆ เพื่อป้องกันความบอบช้ำ
            3. ดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งการงดการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

            สรุปการทำ Hifu

            Hifu นับว่าเป็นหัตถการที่มีข้อดีในเรื่องของการยกกระชับใบหน้า การลดเลือนริ้วรอย และลดไขมันที่มีประสิทธิภาพชัดเจน เห็นผลทันทีหลังจากการรักษาโดยที่ไม่ต้องทำการศัลยกรรมผ่าตัด ให้ผลยาวนานประมาณ 6 เดือน และสามารถเข้าไปทำทุกๆ 3 เดือนได้ตามที่ต้องการ

            แต่ไม่ว่าคุณต้องการแก้ไขปัญหาผิวหน้าด้วยวิธีไหน จำเป็นที่จะต้องมีการเลือกใช้สถานบริการที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัย Clinic Mona ให้บริการเสริมความงามแบบครบวงจร ตั้งอยู่ที่ย่านอ่อนนุช เดินทางไปมาสะดวก ให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และได้รับการรับรองความปลอดภัย คุณจึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย เอาใจใส่ รวมทั้งราคาเป็นกันเองอีกด้วย ถ้าสนใจสามารถติดต่อคลินิกเพื่อขอคำแนะนำได้เลย!

            สนใจสอบถามโปรโมชั่น HIFU เพิ่มเติม

            The post เจาะลึก HIFU คืออะไร? Hifu ช่วยอะไร? อยู่ได้กี่เดือน? กี่วันเห็นผล? เปรียบเทียบ Hifu กับ โบท็อกซ์ พร้อมแนะนำ Hifu ที่ไหนดี? appeared first on Mona Clinic.

            ]]>
            ร้อยไหม foxy eyes แก้ปัญหาตาตก อยู่ได้นานไหม? แนะนำคลีนิกร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี? https://clinicmona.com/blog/foxy-eyes/ Mon, 23 Jan 2023 15:12:58 +0000 https://clinicmona.com/?p=2412 ร้อยไหม foxy eyes แก้ปัญหาตาตก อยู่ได้นานไหม? แนะนำคลีนิกร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี? กระแสความนิยมของคนในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก เช่น การแต่งตัว การแต่งหน้าทำผม หรือแม้กระทั่งการศัลยกรรม โดยเฉพาะสาว ๆ สายฝอที่เน้นเรื่องของดวงตาให้ดูสวย คม เฉี่ยวเป็นหลัก ซึ่งเป็นคนละแนวกับสไตล์เกาหลีที่เน้นเรื่องของดวงตาที่กลม โต อ่อนหวานมากกว่า การมี “Foxy Eye” ที่สวยเฉี่ยว เซ้กซี่สุด ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาหางตาตกได้ด้วย ในบทความนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหม foxy eyes คืออะไร? วิธีการร้อยไหม foxy eyes และผ่าตัด เหมือนกันไหม? ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไร? ราคาเท่าไหร่? ทำที่ไหนดี? Clinic Mona มีคำตอบ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of …

            ร้อยไหม foxy eyes แก้ปัญหาตาตก อยู่ได้นานไหม? แนะนำคลีนิกร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี? Read More »

            The post ร้อยไหม foxy eyes แก้ปัญหาตาตก อยู่ได้นานไหม? แนะนำคลีนิกร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี? appeared first on Mona Clinic.

            ]]>

            ร้อยไหม foxy eyes แก้ปัญหาตาตก อยู่ได้นานไหม? แนะนำคลีนิกร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี?

            กระแสความนิยมของคนในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก เช่น การแต่งตัว การแต่งหน้าทำผม หรือแม้กระทั่งการศัลยกรรม โดยเฉพาะสาว ๆ สายฝอที่เน้นเรื่องของดวงตาให้ดูสวย คม เฉี่ยวเป็นหลัก ซึ่งเป็นคนละแนวกับสไตล์เกาหลีที่เน้นเรื่องของดวงตาที่กลม โต อ่อนหวานมากกว่า การมี “Foxy Eye” ที่สวยเฉี่ยว เซ้กซี่สุด ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาหางตาตกได้ด้วย ในบทความนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหม foxy eyes คืออะไร? วิธีการร้อยไหม foxy eyes และผ่าตัด เหมือนกันไหม? ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไร? ราคาเท่าไหร่? ทำที่ไหนดี? Clinic Mona มีคำตอบ
            เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
              Add a header to begin generating the table of contents

              Foxy eyes คืออะไร

              Foxy eyes คือ รูปตาที่มีความคม เฉี่ยว หางตาเชิดขึ้นคล้ายดวงตาของสุนัขจิ้งจอก ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสวย เซ็กซี่ มีเสน่ห์ แซ่บแบบสายฝออย่างเซเลป Bella Hadid และมีโหงวเฮ้งที่ดี โดยปกติแล้วปัญหาหางตาตก สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมดวงตา การใช้เครื่องมือนวดยกกระชับ หรือการร้อยไหม foxy eyes ด้วยเทคนิคพิเศษ และไหมละลายแบบมีเงี่ยง รวมทั้งการแต่งหน้าที่เป็นวิธีการชั่วคราวก็ได้

              วิธีทำ Foxy eyes ทำด้วยวิธีใดบ้าง?

              1. การผ่าตัดศัลยกรรมตา
                การทำศัลยกรรมดึงหน้า โดยเฉพาะชั้นผิว SMAS บริเวณหางตาเพื่อให้หางตาเชิดขึ้น จะต้องได้รับการผ่าตัดซ่อนแผลด้วยเทคนิคพิเศษโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบถาวร ซึ่งไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง แต่ก็สามารถแก้ไขบริเวณอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นสักระยะหนึ่งหลังจากการผ่าตัด เนื่องจากอาจมีอาการบวม ช้ำเกิดขึ้นได้ และหลังจากนั้นก็จะต้องดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผลลัพธ์จะเข้าที่หลังจากทำการผ่าตัดไปแล้วประมาณ 6 เดือน
              2. การร้อยไหม foxy eyes
                การร้อยไหมยกหางตาให้เป็น foxy eyes จะต้องใช้เทคนิคการร้อยไหมที่ชำนาญการเป็นพิเศษ โดยแพทย์จะต้องใช้ไหมละลายชนิดพิเศษจากวัสดุ PDO (Polydioxanone) ที่มีเงี่ยงคล้ายก้างปลาในการดึงรั้งผิวหนังบริเวณคิ้ว และหางตาให้ยกกระชับขึ้นตามแนวร้อยไหม ซึ่งข้อดีของการร้อยไหม foxy eyes นี้ คือ การมีดวงตาสวยเฉี่ยวโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลลัพธ์ได้โดยทันที และเป็นการกระตุ้นให้ผิวบริเวณที่ได้รับการร้อยไหม สร้างคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสตินเพื่อเกาะรั้งตามแนวร้อยไหม จึงส่งผลทำให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง และสุขภาพดีไปในเวลาเดียวกัน แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่คงอยู่แบบถาวร จะต้องเข้าไปพบแพทย์เพื่อทำการร้อยไหมอยู่เสมอ นอกจากนี้อาจมีค่าใช้จ่ายในการร้อยไหมแต่ละครั้งเพิ่มเติมด้วย

              ร้อยไหม foxy eyes เหมาะกับใคร? แก้ปัญหาเรื่องใดได้บ้าง?

              ร้อยไหม foxy eyes เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคิ้วตก หางตาตก หนังตาหย่อน หนังตาตก ชั้นตาไม่ชัดเจน ดวงตาดูเศร้าหมอง และแก่เกินวัย รวมทั้งผู้ที่ต้องการมีดวงตาสวยเฉี่ยว ช่วยปรับเสริมโหงวเฮ้งให้ดวงตาคมกริบ เซ็กซี่ น่าค้นหา และช่วยปรับลุค เสริมความมั่นใจให้ทวีคูณมากยิ่งขึ้น

              ร้อยไหม foxy eyes มีขั้นตอนการทำอย่างไร?

              • แพทย์จะใช้เส้นไหมละลายชนิดพิเศษที่มีเงี่ยง ร้อยเข้าไปในชั้นผิวหนังบริเวณหางตาเพื่อยกกระชับให้ดูเฉี่ยว เส้นไหมชนิดพิเศษนี้จะทำการเกี่ยวชั้นผิวเอาไว้ตามแนวของเส้นไหมที่รอยเข้าไป ทำให้หางตาเชิดขึ้นเป็น foxy eyes
              • เมื่อผ่านไปสักระยะ เส้นไหมที่ร้อยเข้าไปเกิดการสลายตัวตามธรรมชาติ ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเข้าที่มากยิ่งขึ้น

              ร้อยไหม foxy eyes อยู่ได้นานไหม?

              ผลลัพธ์ของการร้อยไหม foxy eyes จะเข้าที่ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 1 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้เข้ารับการรักษา สามารถเข้าไปร้อยไหมซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์

              ร้อยไหม foxy eyes ราคาเท่าไหร่?

              ร้อยไหม foxy eyes ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภท จำนวน และยี่ห้อของไหมละลายที่เลือกใช้ แต่ละสถานบริการก็มีราคาแตกต่างกันออกไป แนะนำให้ติดต่อที่คลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมินค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้

              ร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี?

              การร้อยไหม foxy eyes จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญ ประสบการณ์ และเทคนิคในการร้อยไหมของแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากบริเวณหางตาเป็นบริเวณที่บอบบางมาก ดังนั้นการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานในการรักษา และมีความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก แล้วแบบนี้ร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดีล่ะ? Clinic Mona คลินิกเสริมความงามอันดับ 1 ในย่านอ่อนนุชเราให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และได้การรับรองจากสถาบัน Korea Occupation Ability Association ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ทันสมัย สถานบริการที่สะอาดสะอ้าน และทีมงานที่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำอย่างเอาใจใส่ จึงมั่นใจได้ว่า การรักษาจะเป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล ครอบคลุมบริการเสริมความงามทุกประเภทในราคาที่เอื้อมถึง

              สรุปร้อยไหม foxy eyes

              การร้อยไหม foxy eyes เป็นวิธีการรักษาที่ใช้ไหมละลายชนิดพิเศษ ซึ่งสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนังตาตก หนังตาหย่อน หางตาตก ดวงตาเศร้าหมอง และผิวไม่ยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยปรับลุคให้ดูสวยเฉี่ยว เซ็กซี่ และมีเสน่ห์แล้ว ยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้คุณดูเป็นคนใหม่ที่มั่นใจสุด ๆ ได้อีกด้วย แต่ทว่าการเข้ารับการรักษา จะต้องอาศัยฝีมือชั้นสูงของแพทย์ในการร้อยไหมขึ้นไปตามแนวผิวหนังที่มีความบอบบาง และต้องมีความแม่นยำจริง ๆ จึงจะให้ผลลัพธ์ที่คุณพึงพอใจได้ อีกทั้งจะต้องมีการซ่อนแผลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ดังนั้นการเลือกสถานบริการ และการศึกษาประวัติการรักษาของแพทย์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม อย่างน้อยก็ลองติดต่อสอบถามกับสถานบริการในเรื่องของรายละเอียด ขั้นตอนเข้ารับการรักษา และดูรีวิว เพื่อลดความเสี่ยงจากการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง ใครอยากสวยแบบครบสูตร ติดต่อ Clinic Mona ได้เลย!

              สนใจสอบถามโปรโมชั่นร้อยไหมเพิ่มเติม

              The post ร้อยไหม foxy eyes แก้ปัญหาตาตก อยู่ได้นานไหม? แนะนำคลีนิกร้อยไหม foxy eyes ที่ไหนดี? appeared first on Mona Clinic.

              ]]>
              Fast new look event https://clinicmona.com/event/fast-new-look-event/ Fri, 02 Dec 2022 03:41:29 +0000 https://clinicmona.com/?p=2187 ครบรอบ 5 ปี MONA CLINIC Previous Next คลิ๊ก ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม หมดเขต วันที่ 23-29 ธค.นี้ Previous Next ภาพบรรยากาศ Event ปีที่ผ่านมา Add Line @clinicmona Facebook clinicmona

              The post Fast new look event appeared first on Mona Clinic.

              ]]>

              ครบรอบ 5 ปี MONA CLINIC

              Full Mona clinic fast new look 05

              หมดเขต วันที่ 23-29 ธค.นี้

              ภาพบรรยากาศ Event ปีที่ผ่านมา

              The post Fast new look event appeared first on Mona Clinic.

              ]]>
              รู้จักกับร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? บวมกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน? มีข้อเสียอย่างไร? https://clinicmona.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/ Mon, 28 Nov 2022 05:44:18 +0000 https://clinicmona.com/?p=2141 รู้จักกับร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? บวมกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน? มีข้อเสียอย่างไร? ‘การร้อยไหม’ เป็นนวัตกรรมในการยกกระชับผิวที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าให้ดูเยาว์วัย นอกจากจะมีข้อดีในเรื่องการยกกระชับแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มน้ำ เต็ม ฟูอีกด้วย เทคนิคการใช้เข็มขนาดเล็กสอดลงไปในชั้นผิวหนัง เพื่อร้อยชั้นกล้ามเนื้อผิวหน้าด้วยไหมละลายที่มีเงี่ยง เราเรียกว่า “การร้อยไหมก้างปลา” ตามลักษณะของเส้นไหม น่าสนใจใช่ไหมล่ะ? ในบทความนี้เราเลยจะพามาดู เจาะลึกการร้อยไหม ก้างปลา คืออะไร? ทำได้กี่แบบ? เจ็บไหม? บวมกี่วัน? ดีไหมถ้าเทียบกับร้อยไหมแบบอื่น…ใครที่อยากจะดึงหน้าด้วยการร้อยไหมก้างปลา สามารถศึกษาบทความความรู้เกี่ยวกับการร้อยไหมก้างปลาได้ที่นี่! เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ Add a header to begin generating the table of contents ร้อยไหม ก้างปลา คืออะไร? การร้อยไหม คือ หัตถการประเภทหนึ่งในการยกกระชับผิวบริเวณใบหน้าให้ดูเต่งตึง อ่อนเยาว์ ด้วยวิธีการใช้เข็มขนาดเล็กที่มีไหมละลาย สอดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณชั้นกล้ามเนื้อผิวหน้าเพื่อเกี่ยวผิว และล็อคเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวให้ยกขึ้นตามทิศทางของเส้นไหม ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอิลาสตินขึ้นมาใหม่บริเวณรอบ ๆ เส้นไหม ผิวหน้าจึงดูเต่งตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำการศัลยกรรม ดังนั้น …

              รู้จักกับร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? บวมกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน? มีข้อเสียอย่างไร? Read More »

              The post รู้จักกับร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? บวมกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน? มีข้อเสียอย่างไร? appeared first on Mona Clinic.

              ]]>

              รู้จักกับร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? บวมกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน? มีข้อเสียอย่างไร?

              ‘การร้อยไหม’ เป็นนวัตกรรมในการยกกระชับผิวที่ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าให้ดูเยาว์วัย นอกจากจะมีข้อดีในเรื่องการยกกระชับแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มน้ำ เต็ม ฟูอีกด้วย เทคนิคการใช้เข็มขนาดเล็กสอดลงไปในชั้นผิวหนัง เพื่อร้อยชั้นกล้ามเนื้อผิวหน้าด้วยไหมละลายที่มีเงี่ยง เราเรียกว่า “การร้อยไหมก้างปลา” ตามลักษณะของเส้นไหม น่าสนใจใช่ไหมล่ะ? ในบทความนี้เราเลยจะพามาดู เจาะลึกการร้อยไหม ก้างปลา คืออะไร? ทำได้กี่แบบ? เจ็บไหม? บวมกี่วัน? ดีไหมถ้าเทียบกับร้อยไหมแบบอื่น…ใครที่อยากจะดึงหน้าด้วยการร้อยไหมก้างปลา สามารถศึกษาบทความความรู้เกี่ยวกับการร้อยไหมก้างปลาได้ที่นี่!
              เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
                Add a header to begin generating the table of contents

                ร้อยไหม ก้างปลา คืออะไร?

                การร้อยไหม คือ หัตถการประเภทหนึ่งในการยกกระชับผิวบริเวณใบหน้าให้ดูเต่งตึง อ่อนเยาว์ ด้วยวิธีการใช้เข็มขนาดเล็กที่มีไหมละลาย สอดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณชั้นกล้ามเนื้อผิวหน้าเพื่อเกี่ยวผิว และล็อคเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวให้ยกขึ้นตามทิศทางของเส้นไหม ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอิลาสตินขึ้นมาใหม่บริเวณรอบ ๆ เส้นไหม ผิวหน้าจึงดูเต่งตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำการศัลยกรรม

                ดังนั้น การร้อยไหมก้างปลา คือ เทคนิคการร้อยไหมประเภทหนึ่งที่ใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Bidirectional Barbed Thread หรือ Barb) คล้าย ๆ กับก้างปลาในการดึงรั้งใบหน้า เพื่อผลในการยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟู กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอิลาสติน รวมทั้งกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นด้วย

                ร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? เทียบกับร้อยไหมแบบอื่น ๆ

                การร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? คงต้องบอกว่า มีข้อดีด้านผลลัพธ์ของการยกกระชับใบหน้า เห็นผลโดยทันที โดยที่ไม่ต้องทำศัลยกรรม และไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากลักษณะของเส้นไหมที่มีเงี่ยงคล้ายกับก้างปลา จึงสามารถเพิ่มแรงดึง แรงเกี่ยว และล็อคเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนังได้ดีกว่าไหมชนิดอื่น ๆ เส้นไหมก้างปลาจะช่วยยึดเกาะกับชั้นผิว และดึงใบหน้าที่เหี่ยวห้อย หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับไปตามทิศของเส้นไหมได้ดีกว่าการร้อยไหมแบบอื่น ๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการร้อยไหมประเภทอื่น ๆ ด้วย

                ร้อยไหม ก้างปลา มีลักษณะอย่างไร? และมีกี่แบบ?

                หมที่ใช้ในการร้อยไหมก้างปลา จะเป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นเส้นไหมที่มีเงี่ยงซี่เล็ก ๆ เรียงตัวรอบ ๆ เส้นไหม ละลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย แต่ควรจะเป็นไหมที่ละลายช้า เพื่อให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่า หากแบ่งตามวัสดุที่ผลิต จะแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ

                1. PDO เป็นเส้นไหมละลายที่มีความยืดหยุ่นปานกลาง นิ่ม ไม่เปราะ และมีประสิทธิภาพสูง อยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน นิยมใช้ในการเย็บเส้นเลือดหัวใจ และใช้ในวงการเสริมความงาม
                2. PLLA เป็นเส้นไหมละลายรุ่นแรก ๆ ในการร้อยไหม มีลักษณะค่อนข้างแข็ง เปราะง่าย และผู้ที่ร้อยไหมสามารถสัมผัสถึงเส้นไหมได้ แต่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอิลาสตินได้ดีที่สุด
                3. PCL เส้นไหมละลายที่มีความยืดหยุ่นสูง มีขนาดเล็ก จึงเหมาะกับจุดที่ละเอียดอ่อนมากกว่า ซึ่งในปัจจุบัน PCL รุ่นล่าสุด ได้มีการนำเอาจุดแข็งของเส้นไหม PCL มาผสมผสานกับจุดแข็งของเส้นไหม PLLA ทำให้เส้นไหมชนิดนี้ เหมาะสำหรับการร้อยไหมก้างปลามากกว่า เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี ไม่เปราะ หรือขาดง่าย แถมยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสตินรอบ ๆ เส้นไหมได้ดีอีกด้วย

                ร้อยไหมก้างปลา บวมกี่วัน?

                การร้อยไหมก้างปลา จะใช้เข็มขนาดเล็กแทงเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ก่อให้เกิดบาดแผลที่ร่างกายต้องซ่อมแซมตามกระบวนการทางธรรมชาติ จึงมีอาการอักเสบ และบวมเล็กน้อย หลังจากการรักษาในช่วง 3 – 4 วันแรก อาจมีอาการบวมมากขึ้น แต่หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ยุบ และหายไปเอง หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือเจ็บปวดมากผิดปกติ ต้องรีบกลับไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดอาการบวมได้จากหลายสาเหตุ เช่น

                • การไม่ประคบเย็น เพื่อหยุดการไหลเวียนของเลือดที่มาคั่งบริเวณใบหน้ามากจนเกินไป
                • การไม่ทำตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดอาการอักเสบ บวม หรือบรรเทาความเจ็บปวด
                • ใบหน้าโดนน้ำ หรือใช้แรงถูอย่างรุนแรง เนื่องจากบริเวณที่ทำการร้อยไหมเกิดบาดแผลภายใน เมื่อโดนน้ำ หรือถูกแรงถูอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเส้นไหมชำรุดได้

                ร้อยไหม ก้างปลา อยู่ได้นานแค่ไหน?

                การร้อยไหมก้างปลาให้ผลลัพธ์ประมาณ 6 – 12 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัสดุของเส้นไหมที่เลือกใช้ และการปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการรักษาด้วย เช่น เส้นไหม PDO อาจอยู่ได้นานสุดประมาณ 6 เดือน เส้นไหม PLLA ประมาณ 18 เดือน และเส้นไหม PCL ประมาณ 24 เดือน เป็นต้น

                ร้อยไหม ก้างปลา เจ็บไหม? กี่วันเห็นผล?

                การร้อยไหมก้างปลา แพทย์จะทำการฉีดยาชาให้ก่อนทำการรักษา ดังนั้นขณะที่ร้อยไหมก้างปลา จึงไม่รู้สึกเจ็บ หรืออาจรู้สึกเจ็บนิด ๆ เท่านั้น โดยปกติแล้วการร้อยไหมก้างปลาจะเห็นผลโดยทันทีหลังจากเข้ารับการรักษา แต่ใบหน้าจะเข้าที่ และเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนมากขึ้น หลังจากเข้ารับการรักษาประมาณ 1 เดือน

                ร้อยไหม ก้างปลา ข้อเสีย อย่างไร?

                ข้อเสียของการร้อยไหมก้างปลา คือ การใช้เข็มปลายแหลมขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง อาจทำให้เกิดอาการบวมช้ำได้มากกว่า ในรายเคสที่ผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ อาจเกิดเส้นริ้ว รอยรั้งไหมบนผิวหน้าอย่างชัดเจน หรือในเคสที่มีไขมันเยอะ อาจมีความเสี่ยงในกรณีที่เส้นไหมที่ใช้ไม่แข็งแรงมากพอ ซึ่งอาจเกิดปัญหาเส้นไหมชำรุด อาการข้างเคียง และไม่เห็นผลลัพธ์อย่างที่ต้องการได้

                สรุปเกี่ยวกับร้อยไหมก้างปลา

                เพื่อผลลัพธ์การร้อยไหมก้างปลาที่ดีที่สุด คุณจะต้องได้รับการร่วมมืออันดีจาก 3 ฝ่ายที่สำคัญที่สุด คือ สถานบริการที่มีอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานในการทำการจัดสรรผลิตภัณฑ์เส้นไหมละลายที่มีคุณภาพ เป็นของแท้ ปลอดภัยต่อตัวผู้เข้ารับการรักษา และประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญการของแพทย์ เนื่องจากจะต้องมีการประเมินรูปหน้า ประเมินจำนวนเส้นไหม ลักษณะของไหมที่ควรเลือกใช้ และอาศัยฝีมือ เทคนิคของแพทย์ในการร้อยไหมให้ถูกตำแหน่ง เหมาะสมกับสภาพผิว และปัญหาของแต่ละคน รวมทั้งการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์หลังเข้ารับการรักษา หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้ว อาจทำให้การรักษาไม่เห็นผลเท่าที่ควร แถมยังมีความเสี่ยงในการรักษาที่ยากเกินกว่าจะแก้ไขอีกด้วย

                สนใจสอบถามโปรโมชั่นร้อยไหมเพิ่มเติม

                The post รู้จักกับร้อยไหม ก้างปลา ดีไหม? บวมกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน? มีข้อเสียอย่างไร? appeared first on Mona Clinic.

                ]]>
                WordPress Resources at SiteGround https://clinicmona.com/uncategorized/wordpress-resources-at-siteground/ https://clinicmona.com/uncategorized/wordpress-resources-at-siteground/#comments Wed, 15 Aug 2018 11:50:35 +0000 https://clinicmona.com/wordpress-resources-at-siteground/ WordPress is an award-winning web software, used by millions of webmasters worldwide for building their website or blog. SiteGround is proud to host this particular WordPress installation and provide users with multiple resources to facilitate the management of their WP websites: Expert WordPress Hosting SiteGround provides superior WordPress hosting focused on speed, security and customer …

                WordPress Resources at SiteGround Read More »

                The post WordPress Resources at SiteGround appeared first on Mona Clinic.

                ]]>
                WordPress is an award-winning web software, used by millions of webmasters worldwide for building their website or blog. SiteGround is proud to host this particular WordPress installation and provide users with multiple resources to facilitate the management of their WP websites:

                Expert WordPress Hosting

                SiteGround provides superior WordPress hosting focused on speed, security and customer service. We take care of WordPress sites security with unique server-level customizations, WP auto-updates, and daily backups. We make them faster by regularly upgrading our hardware, offering free CDN with Railgun and developing our SuperCacher that speeds sites up to 100 times! And last but not least, we provide real WordPress help 24/7! Learn more about SiteGround WordPress hosting

                WordPress tutorial and knowledgebase articles

                WordPress is considered an easy to work with software. Yet, if you are a beginner you might need some help, or you might be looking for tweaks that do not come naturally even to more advanced users. SiteGround WordPress tutorial includes installation and theme change instructions, management of WordPress plugins, manual upgrade and backup creation, and more. If you are looking for a more rare setup or modification, you may visit SiteGround Knowledgebase.

                Free WordPress themes

                SiteGround experts not only develop various solutions for WordPress sites, but also create unique designs that you could download for free. SiteGround WordPress themes are easy to customize for the particular use of the webmaster.

                The post WordPress Resources at SiteGround appeared first on Mona Clinic.

                ]]>
                https://clinicmona.com/uncategorized/wordpress-resources-at-siteground/feed/ 1